หลายคนที่พึ่งซื้อบ้าน หรือสร้างบ้านนั้นอาจจะสนใจในการสร้างบ้าน และออกแบบบ้านของตนเองจนลืมว่าเราไม่ได้อยู่ครอบครัวเดียวในหมู่บ้าน ซึ่งบางสิ่งที่เราสร้างนั้นอาจจะดีสำหรับเราแต่มันดีสำหรับเพื่อนบ้านหรือไม่ ไม่เช่นนั้นคุณอาจจะพบกับปัญหาที่แก้ยากและลำบากมากขึ้นในอนาคตก็เป็นได้ ซึ่งถ้าเรามีเพื่อนบ้านที่ดีก็จะทำให้เราอยู่บ้านได้อย่างสบายใจ ฉะนั้น 6 เรื่องที่ต้องระวัง ก่อนจะกลายเป็นปัญหากับเพื่อนบ้าน เช็คก่อนเกิดปัญหา

6 เรื่องที่ต้องระวัง ก่อนที่จะกลายเป็นปัญหากับเพื่อนบ้าน

1. ต้นไม้

หลาย ๆ  บ้านมักจะปลูกต้นไม้เพื่อไว้เป็นร่มเงาให้กับบ้าน หรือเพื่อเสริมสิริมงคลภายในบ้าน หรือเก็บไว้รอผลของมัน ซึ่งการปลูกต้นไม้นั้นไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่การที่ต้นไม้ของบ้านเรากำลังรบกวนเพื่อนบ้านนั้นเป็นสิ่งที่ผิด ทั้งอาจจะทำให้ผิดใจกัน และอาจจะผิดกฎหมาย ซึ่งตามกฎหมายได้มีบทบัญญัติที่ครอบคลุมเกี่ยวกับต้นไม้ไว้อย่างชัดเจน

หากเพื่อนบ้านได้รับความเดือดร้อนจากต้นไม้ของเราไม่ว่าจะเป็น กิ่ง ก้าน ใบ ดอก ผล ลำต้น หรือราก เพื่อนบ้านสามารถแจ้งเจ้าของบ้าน หากเจ้าของบ้านเพิกเฉยไม่ดูแล ก็สามารถแจ้งความเรียกค่าเสียหายได้ เพราะฉะนั้นการดูแลต้นไม้ตัวเองให้ดีเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านควรทำ หมั่นตัดแต่งกิ่งก้าน หรือทำความสะอาดบริเวณนั้นอยู่เสมอ และคอยสอบถามเพื่อนบ้านอย่างสม่ำเสมอว่าได้รับผลกระทบกับต้นไม้เราหรือไม่ หากเพื่อนบ้านได้รับผลกระทบจากต้นไม้ของเราก็ให้เราจัดการแก้ปัญหาทันทีเพื่อลดการทะเลาะกันในอนาคต

ต้นไม้

2. รั้วบ้าน

รั้วบ้านเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนอาจจะคาดไม่ถึงว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อเพื่อนบ้านอย่างไร การสร้างรั้วในบริเวณบ้านนั้นก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงด้วย ว่าเรากำลังไปรุกล้ำพื้นที่ของเพื่อนบ้านเราหรือไม่ ในด้านกฎหมายเจ้าของบ้านควรศึกษาข้อกฎหมายเกี่ยวกับ ปัญหากรรมสิทธิ์รั้วกำแพง เพราะรั้วกั้นบ้านถือเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมของทั้งสองฝ่าย ก่อนที่เราจะสร้างรั้วนั้นเราต้องแน่ใจว่า เราไม่ไปรุกล้ำที่ดินของเพื่อนบ้านทั้งเหนือและใต้ดิน อีกทั้งในแต่ละท้องถิ่นก็มีการกำหนดความสูงของรั้วบ้านไว้ด้วย โดยส่วนใหญ่มักจะระบุความสูงรั้วหลังบ้านไม่เกิน 1.8 เมตร รั้วหน้าบ้านสูงไม่เกิน 1.2 เมตร และรั้วต้นไม้ไม่เกิน 2.4 เมตร ซึ่งหากเราต้องการรั้วที่สูงขึ้น เราสามารถทำได้ภายในเขตที่ดินตัวเอง แต่ห้ามเกิน 3 เมตร ในกรณีที่เราต้องการต่อเติม ควรพูดคุยบอกกล่าวเพื่อนบ้านเกี่ยวกับการต่อเติมของเรา และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะตามมาทีหลัง

รั้วบ้าน

3. ฝน

ฝนตกเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถบังคับได้ แต่ถ้าน้ำฝนในพื้นที่เราทำความเสียหายกับเพื่อนบ้านล่ะ เพราะนอกจากฝนจะตกแล้วไหลลงที่หน้าต่างแล้วนั้น น้ำฝนยังไหลลงจากหลังคาของเราและอาจจะมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ของเพื่อนบ้านก็เป็นได้ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง การกัดเซาะดิน หรือน้ำกระเด็นโดนข้าวของเพื่อนบ้านเสียหาย ซึ่งเพื่อนบ้านก็มีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายได้ ดังนั้นเราควรจะใส่ใจในเรื่องของการจัดการน้ำฝนที่ตกลงมาไม่ให้ทั้งเราและเพื่อนบ้านเดือดร้าน เช่น การไม่สร้างหลังคาเกินเขตบ้านตัวเองเพื่อที่น้ำฝนจะได้ไม่ไหลไปที่บ้านข้าง ๆ การทำรางระบายน้ำฝนก็ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ดีอีกทางหนึ่ง โดยปัจจุบันมีรางน้ำฝนให้เราเลือกใช้หลากหลายวัสดุ เช่น เหล็กอบสี อะลูมิเนียมอบสี รวมถึงไวนิลที่ทนแดดทนฝนได้เป็นอย่างดี เพื่อป้องกันน้ำฝนจากบ้านของเราไปสร้างความเสียหายให้เพื่อนบ้าน

ฝน

4. สัตว์เลี้ยง

ปัญหาคลาสสิคของเกือบทุกบ้านนั่นก็คือ สัตว์เลี้ยง บางทีสุนัข หรือแมว ของเราอาจจะน่ารักสำหรับเรา แต่สำหรับเพื่อนบ้านแล้วนั้นพวกมันอาจจะเป็นตัวอันตรายที่ทำให้เพื่อนบ้านเดือดร้อนก็ได้ ดังนั้นการที่เราจะมีสัตว์เลี้ยงสักตัวนั้น เราควรจะดูแลสัตว์เลี้ยงของเราให้ดีทั้งภายในบ้านและนอกบ้านเพื่อที่จะไม่ไปทำความเดือดร้อนให้เพื่อนบ้าน เพราะหากพวกมันอาจเข้าไปสร้างความเดือดร้อน รำคาญใจในเขตบ้านของผู้อื่น เพื่อนบ้านมีสิทธิ์เรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าของสัตว์ได้ หรือถ้าสัตว์เลี้ยงเราส่งเสียงรบกวนเพื่อนบ้านเขามีสิทธิ์แจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ดูแลสัตว์ได้ หรืออาจขออำนาจศาลสั่งแก้ปัญหานี้ได้ทันที เพราะการดูแลสัตว์เลี้ยงเป็นหน้าที่ของเจ้าของที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวมด้วย

สัตว์เลี้ยง

5. ที่จอดรถ

การจอดรถนั้นเป็นปัญหาเรื้อรังที่ทำให้เพื่อนบ้านหลาย ๆ คนต่างทะเลาะกันมาแล้ว หากบ้านของเรามีพื้นที่จอดรถในตัวบ้านอาจจะไม่ค่อยมีปัญหา แต่ถ้าเป็นการจอดรถตามถนนสาธารณะจะเจอปัญหาซะส่วนใหญ่เพราะอาจจะสร้างความเดือดร้อนรำคาญหรือกีดความทางเข้าออกได้ โดยเฉพาะเมื่อเรามีแขกมาที่บ้านเยอะก็จะเจอกับปัญหาการจอดรถได้ ดังนั้นหากเราเคารพกันและกัน ไม่จอดรถชวางทางเข้าบ้านเพื่อนบ้าน หรือจอดให้ตรงบ้านตัวเองก็จะช่วยทำให้เราไม่มีปัญหากับเพื่อนบ้านได้

ที่จอดรถ

6. เสียงรบกวน

สิ่งที่หลีกเลี่ยงยากที่สุด และเกิดปัญหาที่มีการแจ้งความมากที่สุดก็น่าจะเป็นเรื่อง เสียงรบกวน ถึงแม้การใช้เสียงจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงยาก ยิ่งในเวลาเราจัดงานเลี้ยง หรือสังสรรค์นั้นก็จะเกิดเสียงดังที่มากกว่าปกติ แลเพื่อนบ้านเกิดความเดือดร้อน ตามกฎหมายแล้วถือว่าเป็นความผิด ดังนั้นถ้าเราจำเป็นต้องใช้เสียงจริงๆ ควรขออนุญาตเพื่อนบ้านก่อนเพื่อไม่ละเมิดสิทธิของคนอื่น และในกฎหมายได้ระบุไว้ว่าเวลาเงียบสงบคือระหว่างเวลา 22.00 น.-07.00 น. สำหรับวันธรรมดา และถ้าเป็นวันหยุดตั้งแต่เวลา 22.00 น.-09.00 น. ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงไม่ก่อเสียงดังในช่วงเวลานั้น เพื่อไม่ให้ไปรบกวนผู้อื่น

เสียงรบกวน

เพื่อนบ้านที่ดีเป็นศรีแก่ตัวเรา ถ้าเราอยากมีเพื่อนบ้านกัลยาณมิตรเราก็ไม่ควรสร้างปัญหาให้กับเพื่อนบ้าน ด้วยการนึกถึงใจเขาใจเรา เคารพสิทธิของกันและกัน ก็จะอยู่ร่วมกันได้แบบมีความสุข และถึงปัญหาจะมีไว้แก้ไข แต่จะดีกว่าไหมถ้าไม่มีปัญหา 6 เรื่องที่ต้องระวัง ก่อนจะกลายเป็นปัญหากับเพื่อนบ้าน ระมัดระวังไว้ก่อนที่จะเกิดปัญหาใหญ่ตามมา

ทั้งนี้ เมื่อเรามีความระมัดระวังไม่ให้สิ่งต่าง ๆ ภายในบ้านของเราไปรบกวนเพื่อนบ้านแล้ว เราก็ควรที่จะใส่ใจดูแลบ้านของเราให้ดีด้วย ไม่ว่าจะเป็นการจัดบ้านให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย การทำความสะอาดบ้านอยู่เป็นประจำ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค และการดูแลป้องกันไม่ให้สัตว์หรือแมลงเข้ามาทำรังภายในบ้าน โดยมี 4 วิธีป้องกันปลวกกัดกินในบ้าน ซึ่งการมีปลวกอยู่ในบ้านถือเป็นปัญหาใหญ่ที่หลาย ๆ มักจะพบเจอ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้อีกก็ควรนำวิธีป้องกันเหล่านี้ไปปรับใช้กับบ้านของคุณได้

เมื่อเรามีวิธีดูแลและป้องกันบ้านของเราให้มีความปลอดภัยแล้วนั้น เราก็มาตกแต่งบ้านของเราให้มีความสวยงามกันเถอะ โดยเฉพาะห้องครัว ที่ใช้สำหรับทำอาหารหรือรับประทานอาหาร การที่มีห้องครัวสวย ๆ ตามสไตล์ที่เราชอบนั้น ก็จะทำให้การทำอาหารของเรามีความสุขขึ้น กับ 8 เคล็ดลับแต่งครัวสไตล์เกาหลี ซึ่งเป็นสไตล์ที่หลาย ๆ คนกำลังนิยมและชื่นชอบกันอย่างมาก